ผู้อยู่เบื้องหลังม็อบ 3 นิ้วคือใคร?

ผู้อยู่เบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้วคือใคร?

ทัศนคติเป็นอย่างไร?

มาไขข้อข้องใจกับ ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผอ.ซูเปอร์โพล กันเลย

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผอ.ซูเปอร์โพล เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลและเฝ้าติดตามการก่อตัวของ ขบวนการ ที่อยู่เบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้ว ด้วยเครื่องมือการประเมินขั้นสุทธิ (Net Assessment) พบว่า ขบวนการที่อยู่เบื้องหลังม็อบ 3 นิ้ว ได้แก่ นักการเมือง นักธุรกิจนายทุน นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวองค์กรต่างชาติ กลุ่มโซเชียลมีเดียต่างชาติ กลุ่ม NGO และรัฐบาลต่างชาติที่ไม่ใช่มหามิตรประเทศไทย และแกนนำม็อบ ที่มีทัศนคติและการปฏิบัติการไปในทิศทางเดียวกันคือการโค่น (Overturn) หรือสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจของประเทศไทยด้วยการปฏิรูปแบบปฏิวัติ (Revolutionary Reform) ตามกระแสมาร์กซิสต์ที่โค่นอำนาจเชิงโครงสร้างด้วยชนชั้นกรรมกร

 

ผศ.ดร.นพดลกล่าวว่า โดยขบวนการเบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้วเหล่านี้เห็นพ้องต้องกันให้ใช้ “ข้อความการเมือง” เป็น อาวุธทำลายล้างด้วยภาษา (Weaponization of Language) ตัดทอนพลังความจงรักภักดี สร้างความเกลียดชังรัฐบาล กองทัพ และเป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือ การทำลายล้างบุคคลสำคัญในสถาบัน

 

ทางออกคือ การรู้เท่าทันขบวนการและนำความจริงออกมาบอกคนทั้งประเทศ เพื่อให้ “คนไทย” ทุกคนเกิดภูมิคุ้มกันสำนึกรู้คุณแผ่นดินและปกป้องสถาบันหลักของชาติให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นและการสนับสนุนยุทธศาสตร์ที่ 2 ของประเทศมหาอำนาจที่เป็นมหามิตรของประเทศไทย

 

ผศ.ดร.นพดลกล่าวว่า ขบวนการเบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้ว กำลังปฏิบัติการบนพื้นฐานความคิดและปฏิบัติการที่มุ่งสู่การคว่ำ (Upend) หรือล้มกระดานโครงสร้างอำนาจของประเทศไทย สอดคล้องกับแนวทางของพวก มาร์กซิสต์ แบบดั้งเดิมที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมแบบปฏิวัติโดยทัพหน้าของชนชั้นกรรมกร

 

แต่ขบวนการเบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้วเหล่านี้ถูกครอบงำด้วยแนวคิดและการปฏิบัติการร่วมสมัยจาก อุดมการณ์เชิงอำนาจบางส่วน (Some aspects) ของฐานอำนาจล่าอาณานิคมชาติตะวันตก ดังจะเห็นได้ว่า อิทธิพลของมาร์กซิสต์ แผ่กระจายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกและนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงบานปลาย ทำคนในชาติต่าง ๆ แตกแยก

 

 

ผศ.ดร.นพดลกล่าวว่า เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีปฏิบัติการระหว่างประเทศภายใต้การบริหาร “ดุลอำนาจของโลก” (Balance of Global Power) โดยประธานาธิบดีประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่งที่สามารถสร้างภาพเบื้องหน้าเป็นที่นิยมไปทั่วโลกแต่เบื้องหลังคณะบริหารอำนาจของประธานาธิบดีท่านนั้นกลับใช้ภาษาเป็นอาวุธ (Weaponization of Political Words) ผ่านทางโซเชียลมีเดีย

 

ยิงขีปนาวุธภาษาและภาพ ในระบบออนไลน์เข้าถึงมือถือของประชาชนและเด็กเยาวชนแต่ละคนในกลุ่มประเทศเป้าหมาย เช่น ตูนิเซีย กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีการส่งกองกำลังเข้าไปปฏิบัติการทางทหารในประเทศอื่น ๆ เช่น ยูเครน และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก จนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายคือ ทำคนในชาติเหล่านั้นแตกแยก ทำคนในชาตินั้นอ่อนแอ

 

ผู้นำเป้าหมายถูกโค่น ถูกสังหาร ผลที่ตามมาคือ กลุ่มประเทศเหล่านั้นเจอวิกฤตที่แย่หนักลงไปอีก ยังไม่ปรากฏเลยว่า กลุ่มประเทศที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการ ปลุกปั่นม็อบ พาคนลงถนน เหล่านั้น จะเจริญมั่นคงแข็งแกร่ง ตรงกันข้ามมีแต่จะวิกฤตตกต่ำลงไป และถูกชบวนการต่างชาติเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ทางทรัพยากรและอื่น ๆ จากประเทศเหล่านั้น

โดยมีตัวอย่างล่าสุดที่ เกาะฮ่องกง ถึงแม้ว่าคณะบริหารของประธานาธิบดีล่าสุดนี้จะแตกต่างไปจากคนก่อนเพราะยังต้องการใช้ยุทธศาสตร์ที่ 2 ไม่ใช่แบบเดิมที่เคยทำ แต่เมื่อเกิดการปฏิบัติการจริงกลับกลายเป็นว่าอยู่นอกเหนือการควบคุม (Out of Control) สถานการณ์ในเกาะฮ่องกง จึงเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ความเป็นหนึ่งเดียวของคนในเกาะฮ่องกงจะกลับคืนมาเหมือนเดิมที่ช่วยกันสร้างเกาะฮ่องกงมาได้หรือไม่

 

ผศ.ดร.นพดลกล่าวว่า สำหรับประเทศไทย จากการทำประเมินขั้นสุทธิ (Net Assessment) พบภาพของขบวนการเบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้วในทิศทางเดียวกันคือ ใช้ภาษาและภาพเป็นอาวุธ (Weaponization of Language and Picture) เช่น #เยาวชนปลดแอก #ประชาชนปลดแอก #จะสู้หรืออยู่อย่างทาส เป็นต้น และพาคนลงถนน ทำคนในชาติแตกแยก ช่วงชิงกลุ่มพลังเงียบด้วยการล้างสมอง

 

หล่อรูปทัศนคติของเด็กและเยาวชนให้อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับโครงสร้างอำนาจเดิม ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตาม ศาลหลักเมือง หรือจุดประวัติศาสตร์ เพื่อทำให้ประเทศไทยไปสู่การแบ่งแยกดินแดนและประชาชน ซึ่งอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ประชาชนและต่อสถาบันหลักของชาติอย่างร้ายแรง ด้วยการสนับสนุนขององค์กรต่างชาติที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของประเทศมหาอำนาจมหามิตรของประเทศไทยจริงหรือไม่

 

ผศ.ดร.นพดลกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่า ขั้วอำนาจภายในประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตกเหล่านั้นจะเห็นด้วยกับแนวทางข้างต้นทั้งหมด เพราะอีกขั้วหนึ่งของประเทศมหาอำนาจนั้นไม่ต้องการให้ขบวนการเบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้ว ทำแบบมาร์กซิสต์นิยมและไม่เห็นด้วยกับการใช้ภาษาและภาพเป็นอาวุธผ่านโซเชียลมีเดียไปสู่การปฏิรูปแบบปฏิวัติ (Revolutionary Reform)

 

โดยขั้วอำนาจภายในประเทศอำนาจชาติตะวันตกขั้วนี้ต้องการให้ใช้ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือการเปลี่ยนแปลงประเทศต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากภายใน (Within Peaceful Strategy) ด้วยสันติวิธี ไม่ใช่มุ่งแต่จะพาคนลงถนน ทำคนในชาติแตกแยก โดยขั้วอำนาจนี้ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแต่ละประเทศแต่ต้องไม่ตัดทอน (Cut Down) พลังประเทศนั้น ๆ

 

และไม่ตัดทอนพลังประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตกนั้นด้วย ดังนั้น ความหวังยังพอจะมีอยู่ถ้าประเทศมหาอำนาจที่เป็นมหามิตรกับประเทศไทยมาช้านานเลือกใช้ยุทธศาสตร์ที่ 2 โดยฝ่ายผู้มีอำนาจของประเทศไทยต้องเจรจากับประเทศมหาอำนาจที่เป็นประเทศมหามิตรประเทศนั้นเพื่อนำไปสู่การรักษาความเป็นมหามิตรให้ยั่งยืนสืบไป

 

ผศ.ดร.นพดลกล่าวว่า จึงขอให้คนไทยทุกคนรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการเบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้ว ทาง ซูเปอร์โพล ทำได้แค่นี้คือ ทำการประเมินขั้นสุทธิ (Net Assessment) หาข้อมูลให้รู้ความจริงและความเท็จที่ถูกปั่นยอดกระแสผ่านโซเชียลมีเดีย แต่การลงมือทำหรือปฏิบัติการเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนทั้งผู้ที่ถือครองอำนาจรัฐ (State Power) และอำนาจที่ไม่ใช่อำนาจรัฐ (Non-State Power)

 

ที่รวมเป็นอำนาจแห่งชาติ (National Power) ว่าเดินตามเกมยุทธศาสตร์ที่ 1 ของขบวนการเบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้ว หรือจะเปลี่ยนเกมมาทำตามยุทธศาสตร์ที่ 2 แต่ขอให้การตัดสินใจของทุกแหล่งอำนาจอยู่บนพื้นฐานของหลักการ รู้ รัก สามัคคี เพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติและประชาชนคนไทยทุกคนเอาไว้สำหรับปัจจุบันและอนาคตที่ดี

 

ขอบคุณ ข่าวสด