‘เฮียหมู’ เปิดใจลูกชาย-สะใภ้ วางยาฮุบสมบัติ!

น้องชายเชื่อหลานชายวางยาพ่อ-แม่จริง หลังช่วยส่ง รพ.เหมือนคนละคน ขณะที่พบพิรุธหลานเพราะยังไม่ทันพบหมอ รีบตามตัวกลับอ้างสิทธิลูก ก่อนพาไปกักขัง ชี้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ก่อนยันหลานจัดฉากโพสต์ลงโซเชียลพ่อแม่อยู่ดีกินดี ทั้งที่สุดทรมาน หวังตบตาญาติ ด้านผู้การฉะเชิงเทรา สั่งรวบรวมพยานหลักฐานสืบข้อเท็จจริง 

จากข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ กับกรณีของ เฮียหมู เศรษฐีแห่งฉะเชิงเทรา ที่อ้างว่าถูกลูกชายและสะใภ้จับขัง โดนวางยาสลบหมู 2 ปี ทรมานอีกสารพัด และทำให้เหมือนเป็นบุคคลไร้ความสามารถ เพื่อไปขออำนาจศาลในการจัดการมรดก ฮุบเงินกว่า 65 ล้านบาท แต่เฮียหมูสู้จนหนีมาได้ พร้อมกับไปที่บ้านเกิดเหตุและชี้จุดต่าง ๆ ได้อย่างตรงเป๊ะ 

ชุดพิสูจน์หลักฐาน พร้อมกำลังตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เข้าตรวจค้นภายบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจุดที่ “เฮียหมู” ระบุว่าเป็นบ้านพักที่เขาและภรรยา ถูกจับกักขัง ทันทีที่ตำรวจไปถึง ไม่พบเจ้าของบ้าน มีเพียงคนเฝ้า 4 คนอยู่ด้านในบ้าน 

 การสำรวจพบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีลักษณะคล้ายอาคารโกดังชั้นเดียว ด้านหน้ามีประตูเหล็กปิด และมีรั้วอยู่บ้านข้าง บริเวณประตูมีกระดาษเขียนข้อความติดไว้ว่า “ไม่อนุญาตให้นักข่าว และบุคคลภายนอกเข้ามาบริเวณรั้วบ้าน” 

 ในขณะที่ ทนายเดชา ซึ่งทำเพจ ทนายคลายทุกข์ อ้างว่า ตนมีแหล่งข่าวที่ยืนยันได้ว่า เรื่องเฮียหมูไม่ใช่เรื่องจริง ตอนนี้สภาพจิตใจของลูกชายบอบช้ำ โดนประณามว่าเป็นลูกทรพี และต้องการที่จะแถลงข่าวในอีก 2-3 วันนี้ พร้อมกับเตือนว่าเรื่องนี้ให้ระวังโอละพ่อ เรื่องนี้มีพิรุธหลายประเด็น เช่น         
เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อปี 2563 และผ่านมา 3 ปี เพิ่งมีการแจ้งความ หลักฐานใด ๆ ก็ไม่เหลือแล้ว

         เมื่อตำรวจไปขอหมายค้นมาค้นที่บ้าน ก็พบว่าสภาพที่เกิดเหตุไม่เหมือนมีคนไปโดนกักขัง ทุกอย่างมีสภาพปกติ

         ฝั่งลูกชายมีพยานยืนยันได้ว่าเฮียหมูเดินไปไหนมาไหนได้ปกติ ไม่ได้โดนกักขังอย่างที่อ้าง เรื่องการเขียนจดหมาย ถ้าเฮียหมูส่งจดหมายให้ไปรษณีย์ได้ ก็แสดงว่าไม่โดนกักขังอย่างที่พูด
 
         พ่อ-ลูก มีคดีพิพาทในศาลก็คือ คดีบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และคดีมรดก
 ในส่วนของลูกชาย ปัจจุบันยังอยู่ใน จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนลูกสะใภ้ไปเที่ยวที่ฮ่องกง ไม่ได้ทำอะไรผิด ตำรวจยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เพราะยังไม่มีหลักฐานที่ระบุว่าเป็นการฆาตกรรมหรือกักขังหน่วงเหนี่ยว อยากให้ฟังหูไว้หู ขณะเดียวกันกลับมีการปล่อยข่าวว่าลูกชายและสะใภ้หนีไปต่างประเทศแล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง

         นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า ลูกชายของเฮียหมูเป็นลูกคนเดียว อย่างไรก็ต้องได้สมบัติของพ่อ จึงไม่มีเหตุอะไรที่จะจูงใจให้กักขังพ่อ และแนวโน้มเรื่องนี้อาจเป็นปัญหาในครอบครัว 

ที่ผ่านมาให้เงินทั้งลูกชายและลูกสะใภ้ เดือนละ 47,000 บาท ให้มาทุกเดือนๆ ก็ใช้ชีวิตกันแฮปปี้ดี ไปไหนก็พาไปกิน ต่อมามาเจอปัญหา เวลาเฮียจะเอาเงินไปจ่ายหนี้ค่าอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกเดือนๆ แต่หลายครั้งไปถึง กทม. แล้วเงินไม่ครบ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่ตนนับเงินไม่ครบทุกครั้ง ลูกชายจึงตั้งกล้องไว้ เห็นว่าลูกสะใภ้ แอบเอาเงินของเฮียไปโยนทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ เหมือนเฮียทำเงินหล่นเอง ตอนนั้นเฮียก็ดุไปแล้วว่า อย่าทำแบบนี้ ถ้าไม่มีเงิน อยากได้เงินก็มาบอก ต่อมาอยู่ๆ ช่วงปี 2563 เฮียกับภรรยา ก็เริ่มล้มป่วย ตื่นมาก็มึน สะลึมสะลือ ทั้งที่ก่อนหน้านี้แข็งแรงดี แล้วก็มีคนมาเปลี่ยนล็อกประตูห้องนอน จากที่ต้องล็อกจากภายในห้อง กลายเป็นไปว่ามีคนไปสลับล็อกออกมาด้านนอก ล็อกขังเฮียกับภรรยาไว้ไม่ให้เดินออกมา 

ขณะที่ช่างที่บ้านของเฮีย อยู่กับเฮียมานาน ให้ข้อมูลว่ามันแปลก ที่เฮียกับภรรยาที่แข็งแรงทั้งคู่ จู่ๆ มาล้มป่วยพร้อมกันได้ยังไง วันดีคืนดีเหมือนเฮียหลงลืม เดินออกมาทั้งที่ใส่กางเกงในตัวเดียว แต่ช่างก็ไม่กล้าไปก้าวล่วงเรื่องในครอบครัว

ต่อมาหลังจากเฮียกับภรรยาหายหน้าไป เพราะถูกขังในบ้าน หลานสาวผิดสังเกต จึงบุกไปในบ้าน เจอเฮียโตกับภรรยาถูกขังในห้อง สภาพไม่มีสติ พูดอะไรเริ่มไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงช่วยเหลือออกมา แล้วพาไปแอดมิตที่โรงพยาบาล แต่ยังไม่ทันได้รักษา ลูกชายไปแจ้งความว่าพ่อแม่ถูกลักพาตัว แล้วเอาตัวออกจาก รพ. มาขังที่บ้านพ่อแม่ของลูกสะใภ้ (บ้านพ่อตาแม่ยายของลูกชายเฮีย)

ตอนที่ถูกขังในบ้านพ่อตาแม่ยาย ถูกขังในห้องเล็กๆ ทุกวันจะมีคนเอาข้าว กับยาใส่ไซริ้ง เอาเข้ามาทุกวัน ขู่ว่าถ้าไม่กินยาจะไม่ให้กินข้าว ถ้าเฮียไม่กิน เมียต้องกินแทน ยานี้พอกินเข้าไปจะสลบทันที พอช่วงหลังๆ เริ่มคลุกยาในข้าวให้กิน ตนต้องกินทีละน้อยๆ เอาแค่พอประทังชีวิต 

หลังจากนั้น เฮียถูกขังแยกกับภรรยา เฮียถูกขังในห้องน้ำเล็กๆ เมียอยู่อีกห้อง ลูกสะใภ้ยังเคยโทรมาด่าว่า เมื่อไหร่จะตายไปสักที อยู่นานเกินไปแล้ว ถูกทรมานสารพัด เอาน้ำสาดเข้ามาในห้อง บางทีก็เอามีดขูดผนังให้เป็นเสียงรบกวน หวังให้ภรรยาเฮียใจสั่น แล้วหัวใจวาย ช่วงที่ถูกแยกขังกับภรรยา เฮียต้องตะโกนคุยกับเจ๊จิ๋ม ซึ่งเป็นภรรยาอยู่ตลอด เขาอาการปกติทุกอย่าง ยกเว้นไม่มีเรี่ยวแรง ลุกก็ไม่ไหว ปีนขึ้นที่สูงก็ไม่ไหว ทำให้ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเมียผผูกคอตายเอง เฮียไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าภรรยาเสียชีวิตตอนไหน ถามลูก ถามหลาน ว่าเมียตนหายไปไหน มารู้ทีหลังว่าภรรยาแขวนคอตาย ลูกบอกทำงานศพให้อย่างดี แต่ทนายตรวจสอบจนเจอว่า งานศพของเจ๊จิ๋ม ภรรยาเฮีย มีคนไปร่วมแค่ 7 คน

ช่วงที่เฮียถูกขัง มีคนเอาเอกสารต่างๆ นานา มาให้เฮียเซ็น บอกว่าเซ็นแล้วจะปล่อย มารู้ทีหลังว่าทรัพย์สินถูกลูกชายเอาไปหมด ลูกชายไปร้องขอเป็นผู้พิทักษ์ เพราะพ่อเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ ทนายมาตรวจสอบย้อนหลังว่า เงินเฮียถูกยักยอกโอนถ่ายไปมากถึง 66 ล้าน เท่าที่ตามเจอ

หลังจากเจ๊จิ๋มตาย ลูกชายลูกสะใภ้ เอาเฮียโตไปขังไว้ที่บ้านหลังที่ 3 เป็นบ้านที่เพิ่งซื้อไว้ ตอนที่มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ เฮียโตแอบขอความช่วยเหลือจากบุรุษไปรษณีย์ เขียนจดหมายติดต่อกับหลานสาวที่เคยช่วยเหลือออกมาจากบ้านหลังแรก จนหลานสาวขอความช่วยเหลือไปทางทนายแนน และทนายโป้ง นำไปสู่การช่วยเหลือ 

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนเนื้อหา : ch3plus / kapook / pptvhd36 / sanook


ขอบคุณผู้สนับสนุนข้อมูลดีๆ จาก ALLSUREWIN

สนใจเข้ามาผ่อนคลายกับหลากหลายเกมส์มากมายให้เลือกเล่น ได้ที่ @ALLSUREWIN

เล่นที่นี่มีแต่วิน ต้องวินชัวร์ แอด @winsure

ใครปิด เราไม่ปิด สนใจเสี่ยงดวงติดต่อเราได้ที่ไลน์ @asw888 ตลอด 24 ชม.


เกมดี เกมมัน มากกว่า 1,000 เกม @gamewin


แค่คิดถึงเรา เงินก็อยู่ในบัญชี @asw168


เล่นได้ จ่ายชัวร์ @RT88