ก้อย-ตูน จัดงานแต่งธีมสวนสนุก

หวีดหวานมากจ๊า สำหรับคู่รักนักวิ่ง ที่ดูแลกันและกันดี๊ดี จนหลายๆ คนอิจฉา

ล่าสุด ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ ออกมาอัพเดทเรื่องงานแต่งว่า
ตนและตูน บอดี้สแลม ได้ตกลงใช้ธีมสวนสนุกงานในงานแต่ง ซึ่งสื่อความหมายแทนความสนุกสนานที่ทั้งคู่อยากจะมอบให้กับแขกทุกคนที่เดินทางมาร่วมงานเท่านั้น แต่เจ้าตัวยังถือโอกาสนี้เผยความรู้สึกเกี่ยวกับวันพิเศษ ครบรอบ 10 ปี 

ว่าที่เจ้าสาวตอนนี้เตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว ?
“ตื่นเต้นออกอีเวนต์มากกว่า เรื่องงานแต่งอาจจะยังแบบ…ก้อยยังมีความชิลสูงมาก แล้วก็ค่อยๆ ทำกันไปเพราะว่าตอนแรกเราก็รู้สึกว่ายังมีเวลาอีกค่อนข้างเยอะ แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่เยอะแล้ว”

ล่าสุดไปลองชุดเจ้าสาวมาเรียบร้อยแล้ว ?
“ใช่ค่ะ คือเป็นการเจอกันครั้งแรกกับพี่หมู ไปคุยเรื่องของไอเดียว่าเราจะใส่ชุดแบบไหน แล้วพี่หมูก็ให้ลองฟิตติ้งดูว่าเราเหมาะกับทรงแบบไหน เท่าที่คุยก็น่าจะมีประมาณ 4-5 ชุดไม่เกินนี้ค่ะ แต่ไม่ใช่ของพี่หมูคนเดียว คือจะเป็นไทยดีไซเนอร์ทั้งหมดเลยแต่ว่าแต่ละชุดก็จะอยู่ในช่วงเวลาต่างๆ อย่างตอนเช้ามีพิธีสงฆ์ มีพิธีรับไหว้ แล้วก็มีชุดสำหรับเจอพี่ๆ ด้วย แล้วก็ชุดในพิธีแค่นั้นค่ะ”

วันนั้นพอได้ลองชุดแล้วเป็นยังไงบ้าง ฟีลความเป็นเจ้าสาวมาเลยไหม ?
“(หัวเราะ) ยังๆๆ มันก็แปลกๆ เนอะเพราะเราก็ยังไม่เคยแต่งงาน คือไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสามารถใส่ชุดที่ฟูฟ่องแบบนี้ได้ ไม่เคยเห็นตัวเองในภาพแบบนี้มาก่อน ส่องกระจกแล้วก็ตกใจ ตื่นเต้น ถ้าไม่ได้ลองชุดก็จะแบบชิลๆ อยู่ แต่พอใส่ชุดขึ้นมาแล้วแบบมันใกล้แล้วนี่นา”

แล้วในส่วนของพี่ตูนเองได้ไปลองด้วยไหม ?
“มีไปด้วยกัน ซึ่งก็จะมีชุดของฝั่งเจ้าบ่าวผู้ชาย”

ชุดของพี่ตูนจะเดฟเลยไหม ?
“อยากให้พี่ๆ ลองดูวันงาน จริงๆ ผู้ชายก็ไม่ยากเท่าผู้หญิงอยู่แล้ว แต่ว่ามันก็จะมีรายละเอียด คงจะเป็นภาพที่คนไม่เคยเห็นทั้งก้อยและพี่ตูนนะคะ”

อย่างในส่วนของชุดเจ้าสาวที่เราลอง ได้ถามพี่ตูนไหมว่าเป็นยังไงบ้าง ?
“เขาก็ชอบนะคะ เขาเห็นแล้วเขาก็โอ้…อะไรอย่างเนี้ย”

แสดงว่าพี่ตูนก็มีส่วนในการเลือกชุดถูกต้องไหม ?
“ใช่ค่ะ ช่วงไหนที่พี่ตูนไปได้เขาก็จะไป อย่างเช่นวันฟิตติ้ง ซึ่งแต่ละชุดมันก็จะมีเอกลักษณ์มีคาแรคเตอร์ของดีไซเนอร์แต่ละท่าน ซึ่งก้อยเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน เพราะชุดแต่งงานมันก็เหมือนงานศิลปะที่เราไว้วางใจให้ดีไซเนอร์ที่เรารักช่วยออกแบบ ตื่นเต้นค่ะเพราะอย่างที่บอกก้อยก็ยังไม่รู้เลยว่าสุดท้ายแล้วชุดที่ออกมาจะเป็นอย่างไร”

ชุดที่พี่ตูนใส่เราเป็นคนจัดการให้ด้วยหรือเปล่า ?
“เป็นการช่วยกันค่ะ ช่วยกันแนะนำ”

ในส่วนของขั้นตอนการเตรียมงาน ยังมีส่วนไหนบ้างที่ต้องใช้เวลาในการจัดการเยอะ ?
“ตอนนี้ยังผลิตการ์ดอยู่เลยค่ะ และหลังจากนี้ก็คงต้องไปโฟกัสเรื่องจำนวนแขก รวมถึงการเดินสายเรียนเชิญแขกผู้ใหญ่ด้วยตัวเอง ซึ่งตอนนี้เราก็กำลังพิจารณาจำนวนเพื่อให้เหมาะกับพื้นที่ รวมถึงเราต้องคำนึงเรื่องของสถานการณ์ต่างๆ ด้วยเช่นกัน เพราะเราไม่อยากให้งานที่ออกมามันแน่นจนเกินไป”

ธีมงานเราทั้งคู่ตั้งใจว่าจะให้ออกมาเป็นแบบไหน ?
“ธีมงานพี่ตูนจะเป็นคนเลือกค่ะ เป็นธีมสวนสนุก ทุกคนสามารถแต่งตัวเหมือนว่าไปเที่ยวสวนสนุกกันได้เลย เตรียมพร้อพมาได้เต็มที่เลยค่ะ”

พอจะบอกได้ไหมว่าทำไมถึงเลือกธีม ?
“เป็นความชอบของพี่ตูนค่ะ เพราะเขามองว่างานแต่งงานมันเหมือนเป็นงานที่รวบรวมเอาคนที่เรารักมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา และสวนสนุกก็เป็นที่ๆ เราไปแล้วเรารู้สึกมีความสุขทุกครั้ง เราก็เลยอยากให้ทุกคนที่มาร่วมงานเรามีความสุขไปกับเราเช่นกันค่ะ”

ในส่วนของวันคือ 28 พฤศจิกายน ?
“ใช่ค่ะ”

สถานที่พอจะบอกได้หรือยังว่าที่ไหน ?
“พลาซ่าแอทธินีค่ะ”

เป็นพิธีจบภายในวันเดียว ?
“ใช่ค่ะ จบในวันเดียวรวบตึงทุกอย่าง”

กลางคืนปฏิบัติการณ์มีลูกเลยไหม ?
“(หัวเราะ) เดี๋ยวก่อนๆ อันนั้นให้ผู้ชายเป็นคนตอบ เอาไว้ถามพี่ตูนดีกว่าค่ะ”

เราพร้อมแล้วใช่ไหม ?
“อืม…เราก็ค่อยๆ เรียนรู้เรื่องนี้อยู่ คือมันก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับเราทั้งคู่เหมือนกัน แต่ก็มีการคุยกัน”

ล่าสุดเพิ่งผ่านครบรอบ 10 ปี เป็นปีที่พิเศษยังไงบ้าง เพราะจะเปลี่ยนสถานะจากแฟนเป็นสามีภรรยาแล้ว ?
“ก้อยว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งปีที่มันมากขึ้น ไม่ได้รู้สึกว่าโห…คือเรารู้สึกว่าเราได้ใช้เวลากับคนคนหนึ่งมายาวนานถึง 10 ปี แต่เรากลับรู้สึกว่ามันเพิ่งผ่านไปไม่นาน ความพิเศษมันคืออยู่ตรงนั้นมากกว่า รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วจังเลย แล้วลองนึกถึงว่าเราจะต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปอีก 20 30 40 50 ปีข้างหน้ามันก็น่าตื่นเต้น มันจะเป็นยังไง”

ถามถึงคอร์สเจ้าสาวที่หลายคนแซวว่าทำไมทรหดมาก ?
“(หัวเราะ) ค่ะ คือก้อยรู้สึกว่าการแต่งงานมันก็เหมือนงานมาราธอน มันคือมาราธอนเลย วันงานเราก็อยากจะเป็นวันที่เราพร้อมที่สุดทั้งกายและใจ เรื่องสุขภาพคือสำคัญที่สุด วันนั้นเราก็ต้องมีพลังค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เรานึกภาพต้องใส่ชุดทั้งวัน เราก็ต้องต้อนรับทุกคน มันเป็นวันที่เราอยากจะพร้อมที่สุด เพียงแต่มาราธอนมันต้องวิ่ง แต่งานแต่งเราไม่ต้องวิ่งแต่อาจจะเป็นฟีลมาราธอน นึกออกไหม ก็เลยรู้สึกว่าสิ่งสำคัญของการเป็นเจ้าสาวคือสุขภาพ ต้องแข็งแรง”

จะมีส่วนอื่นไหม เรื่องผิว ?
“ก็ต้องมีบ้างค่ะ”