7 ต้นไม้วิเศษสำหรับแมว คนเลี้ยงแมวควรมีติดบ้าน

แมวเป็นสัตว์ที่ชอบเลียขนเพื่อทำความสะอาดตัวเอง ดังนั้นส่วนใหญ่จะเจอปัญหาก้อนขนอุดตันในลำไส้ ท้องอืดท้องเฟ้อ รวมทั้งไม่ค่อยขับถ่าย ถ้าเกิดปัญหาเหล่านี้ทาสแมวคงวิตกกังวลไม่น้อย แต่มีมีต้นไม้บางชนิดที่เหมียวกินได้และชอบกิน เพราะช่วยทำความสะอาดระบบภายในร่างกาย รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับถ่าย ช่วยคลายเครียด บอกเลยว่าถ้ามีติดบ้านไว้อุ่นใจแน่นอน

 


ต้นไม้แมวกินได้

1. ต้นอ่อนข้าวสาลีเป็นพืชล้มลุก ลักษณะเป็นกอคล้ายต้นหญ้าเรียงตัวกันหนาแน่น ลำต้นเรียบ มีสีเขียวเข้ม สามารถเพาะปลูกได้ง่ายด้วยการเพาะเมล็ด เพียงแค่หว่านลงดินและรดน้ำ เหมาะกับการปลูกในแสงรำไรหรือริมหน้าต่าง ประมาณ 4-5 วัน ต้นอ่อนก็จะงอกขึ้นมา ทั้งนี้ไม่ควรปล่อยให้ต้นข้าวสาลีแก่เกิน 7 วัน เพราะใบจะแข็งและหยาบ น้องแมวกินยาก ดังนั้นควรใช้กรรไกรตัดเล็มต้นเก่าทิ้งครึ่งต้น เพื่อให้ต้นแตกใบใหม่ให้น้องแมวกินได้อีกครั้ง สำหรับใครที่ไม่มีเวลาหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงและร้านขายต้นไม้ ประโยชน์ต่อน้องแมวคือ มีไฟเบอร์สูงช่วยในการขับถ่าย ช่วยขจัดก้อนขน ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ช่วยสมานแผล และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อีกด้วย

 

ต้นไม้แมวกินได้

2. แคทนิป

แคทนิป หรือกัญชาแมว เป็นพืชในตระกูลมินต์ ลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลำต้นสีเขียวอมน้ำตาลแซมขนอ่อน สูงได้ถึง 1 เมตร มีใบสีน้ำตาลเขียว รูปไข่ มีรอยหยัก ดอกขนาดเล็กสีขาว มีสีขาวปนม่วง ปลูกโดยการเพาะเมล็ดในดินร่วนปนทราย เพราะชอบดินระบายน้ำและเก็บความร้อนได้ดี ให้โรยเมล็ดที่ด้านบนและใช้ดินกลบประมาณ 5 เซนติเมตร รดน้ำทุกวัน แต่อย่าให้น้ำขัง ตั้งไว้ในที่แสงแดดส่องถึง การงอกใช้เวลาประมาณ 15-20 วัน ลักษณะพิเศษในใบและก้านมีน้ำมันหอมระเหย เมื่อแมวไปสูดดมหรือกินเข้าไปจะทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม อารมณ์ดีมีความสุข คลายเครียด ช่วยให้อยากอาหารมากขึ้น กลิ้งตัวไปมาที่พื้น โดยฤทธิ์จะอยู่ได้เพียง 10-15 นาทีเท่านั้น และไม่มีอันตรายต่อน้องเหมียว นอกจากนี้ยังสามารถปลูกเพื่อไล่ยุง แมลงวัน และแมลงสาบได้อีกต่างหาก

 

ต้นไม้แมวกินได้

3. ตำแยแมว

ตำแยแมว เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน มี 2 ชนิด ชนิดใบกลมเรียกว่าตำแยแมวตัวผู้ ใบแหลมเรียกตำแยแมวตัวเมีย ที่แมวกินเป็นตำแยตัวผู้ ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สูงได้ถึงประมาณ 2 ฟุต แตกกิ่งก้านจากโคนต้น เนื้อภายในอ่อนและไม่แข็งแรง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำและการแยกต้น ชอบขึ้นตามดินเย็น ๆ หรือที่ชื้นแฉะ รากเป็นยาขับพิษ แก้อาการไข้ ช่วยให้น้องแมวอาเจียนหรือสำรอกพิษออกมาได้

 

 

ต้นไม้แมวกินได้

4. ไผ่เงิน

เป็นไผ่ขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นพุ่มเล็ก ๆ ลำต้นสีเขียว มีข้อปล้องชัดเจน สามารถปลูกในดินทุกชนิด ชอบน้ำมาก ชอบแดดจัด แต่อย่าเผลอปล่อยไว้กลางแดดจัด ๆ เพราะอาจทำให้ใบแห้งได้ การขยายพันธุ์ใช้การปักชำ แยกเหง้า หรือฝังกอ การดูแลรักษาก็ไม่ยากสามารถปลูกในกระถางได้เลย มีประโยชน์ต่อร่างกายของน้องแมว ช่วยในการขับถ่าย ลดความเจ็บปวด การอักเสบ บาดแผลในกระเพาะหรือลำไส้ และช่วยป้องกันก้อนขนที่อาจอุดตันในลำไส้ได้

 

ต้นไม้แมวกินได้

5. ตะไคร้หอม

เป็นพืชล้มลุกตระกูลหญ้า ใบมีลักษณะเรียวยาว ปลายใบมีขนอ่อน ความสูงประมาณ 1 เมตร ปลูกง่ายไม่ต้องดูแลมาก นิยมใช้การปักชำต้นเหง้า โดยตัดใบออกให้เหลือเพียงโคนต้นประมาณ 10 เซนติเมตร แล้วนำมาปักบนดินร่วน ห่างกันประมาณ 50 เซนติเมตร หรือถ้าปลูกในกระถาง ปักสัก 2-3 ต้นพร้อมกันก็ได้ เป็นพืชที่ชอบน้ำและชอบแดด อาจสังเกตเห็นน้องแมวไปเล็มตะไคร้ นั่นเพราะช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ รักษาอาการเบื่ออาหารหรืออ่อนแรง และยังช่วยฟื้นฟูร่างกายจากอาการเป็นหวัด หรือเวลาที่มีน้ำมูกออกมาได้ด้วย หรือจะต้มน้ำตะไคร้หอมป้อนน้องแมวก็ได้เช่นกัน

 

 

ต้นไม้แมวกินได้

6. เปปเปอร์มินต์

เป็นพืชในตระกูลมินต์ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ นิยมปลูกโดยการปักชำ โดยเลือกกิ่งที่แข็งแรง ปลูกในดินที่ร่วนซุย รดน้ำให้ชุ่มเช้า-เย็น แต่อย่าให้แฉะและอย่าให้มีน้ำท่วมขัง ไม่อย่างนั้นรากจะเน่าได้ วางในที่ไม่โดนแดดมากเกินไป รากค่อนข้างตื้นมีสีขาว ไม่ยาวมาก มีสรรพคุณที่ดีสำหรับน้องแมวคือช่วยละลายเสมหะและน้ำมูก ช่วยให้รู้สึกสดชื่น อารมณ์ดี ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น ลดอาการเจ็บปวด

 

 

ต้นไม้แมวกินได้

7. คาโมมายล์

เป็นพืชในตระกูลเดียวกับดาวเรืองและดาวกระจาย ลักษณะเป็นพุ่มสูง ประมาณ 40 เซนติเมตร ใบเป็นเส้นฝอยสีเขียว ดอกออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด กลีบดอกวงนอกสีขาวปลายมน กลีบดอกวงในสีเหลืองกระจุกนูนอยู่กลางดอก ปลูกในภาชนะเพาะด้วยวิธีโรยเมล็ดในดินร่วนปนทราย ไม่ต้องกลบเมล็ด ฉีดละอองน้ำเบา ๆ แทนการรดน้ำ ชอบแสงแดดอ่อน ๆ และชอบอากาศเย็น พอกล้าสูงประมาณ 1-2 นิ้วย้ายลงพื้นดินได้เลย ระยะห่างแต่ละต้นประมาณ 8 นิ้ว ไม่นิยมเพาะในกระถางเพราะควบคุมน้ำและแสงได้ยาก ดอกคาโมมายล์มีประโยชน์ต่อน้องแมวเพราะมีสารช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ และผ่อนคลายความเครียด

 

 

 

 

ขอบคุณ Kapook.com